ผู้เขียน: admin

หวยรัฐบาล หวยไทย  เล่นยังไงให้คอหวยได้เฮ

สำหรับการเล่นหวยรัฐบาล หรือหวยไทย

หวยรัฐบาล

หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าหวยไทย หรือลอตเตอรี่ หรือสลากินแบ่งรัฐบาล แทงหวยออนไลน์ เรียกยังไงก็ได้อะเนาะแต่ขอให้ได้เงิน ไม่ต้องแบ่งให้รัฐบาลกิน คริคริ

หวยชนิดนี้ที่เราเรียกกันตอนข้างต้น มันก็คือการพนันอย่างหนึ่งนั่นแหละ แต่มันดีหน่อยตรงที่ว่า มันเป็นการพนันที่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย ไม่ต้องแอบกลัวตำรวจจับถ้าจะเล่น เป็นแนวเสี่ยงโชค โดยที่ผู้เสี่ยงทายจะต้องเลือกซื้อ หรือหมายเลขหวยที่เราต้องการ หรือชื่นชอบในเลขตัวนั้น ในรูปของสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้นจะมีจำนวนเลขทั้งหมด 6 ตัว มีค่าตัวเลขที่ผลิตสลากออกมาตั้งแต่ตัวเลข 000000 ถึง 999999 โดยแต่ก่อนสลากกินแบ่งรัฐบาลจะมีอยู่ 2ฉบับคู่กัน นั่นคือใบหนึ่งจะมีชุดเลขเหมือนกันอยู่สองชุด ทำให้มีสทธิ์รับรางวัลเป็น2 เท่า แต่ตอนนี้ปรับเปลี่ยนเป็นใบเดียวโดยสลาก1ใบ ได้ตามเท่าใบเดียว แต่ปรับเปลี่ยนเงินรางวัลให้มากยิ่งขึ้น

การออกผลรางวัลของสลากกินแบ่งรัฐบาล จะออกผลรางวัล 2 วัน ต่อ 1เดือน คือวันที่1 กับ 16 ของทุกเดือน ยกเว้น

งวดที่1 มกราคม ของทุกปี เปลี่ยนไปออกรางวัลในวันที่ 30 ธันวาคม ปีก่อนหน้า เนื่องจากเป็นวันขึ้นปีใหม่ วันหยุดของราชการ

งวดที่1 พฤษภาคม ของทุกปี เปลี่ยนไปออกรางวัลวันที่2 พฤษภาคม แทน เนื่องจากตรงกับวันแรงงานแห่งชาติ ซึ่งก็ตรงกับวันหยุดราชการอีก

รางวัลของสลากกินแบ่งนั้นล่อตาล่อใจ พวกนักเสี่ยงโชคดีนักแล

งั้นเราลองหาวิธีหาหวยกันดีกว่า ว่าเราจะหาเลขแทงหวยมาจากที่ไหนดี

แต่ละบุคคลก็จะมีวิธีการหาเลข หาซื้อหวยแตกต่างกันออกไป แต่เรามีวิธีแนะนำ วิธีเลือกตัวเลข ที่คนมักจะใช้กันอยู่เป็นประจำ

ซื้อตามเลขทะเบียนรถ วิธีนี้บอกเลยได้ผลมานักต่อนัก แค่รำเลขรถทะเบียนรถคันใหม่ที่เพิ่งซื้อมา ยิ่งทะเบียนคนคลอดลุกบนรถนี่ยิ่งเด็ด

ซื้อตามอายุวันเกิด ใกล้วันเกิดตัวเอง ซื้อเลยเลขวันที่เกิด อายุเรา นี่แหละเด็ด มีให้เห็นบ่อยๆ ว่าถูกหวยอายุหรือวันเกิดตัวเอง

ซื้อเลขตามสถิติที่ออกย่อยๆ

ซื้อตามอายุคนที่เสียชีวิต

ให้เด็กเลือก

ทายตามความฝัน

และยังมีอีกเยอะแยะตามความเชื่อของตัวเอง เล่นได้ แต่อย่าเล่นเยอะ ประเมินตัวเอง ประเมินเงินให้ดี อย่าเดือดร้อนชีวิตตัวเองพอ

ผลเสียถ้าร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรต

ในเรื่องของการรับประทานอาหารนั้นเรามักจะถูกบอกอยู่เสมอๆ ว่า ต้องทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่นะ เพื่อจะได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็ง ซื้ออาหารทั้ง 5 หมู่นั้นทุกคนอาจจะทราบดีแล้วว่ามีอะไรบ้าง หรือถ้าหากว่าไม่ทราบจริงๆ นั้นเราก็จะบอกอีกทีว่ามี คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน เกลือแร่ ไขมัน

ซึ่งการรับประทานอาหารเหล่านี้จะต้องจดอยู่ในปริมาณที่พอดีและเหมาะสมตามร่างกายของแต่ละบุคคล ซึ่งเราควรให้ความสำคัญของสารอาหารแต่ละประเภทตามลำดับอย่างที่กล่าวไปข้างต้นได้เลย จึงเป็นใจความสำคัญของบทความนี้เลยว่า เราจะพูดถึงข้อเสียของการที่ร่างกายขาดสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เห็นใช่หรือไม่ว่าคาร์โบไฮเดรตนั้นถูกจัดเป็นสารอาหารในลำดับแรกในหมู่

เพราะฉะนั้นแล้วมันจึงมีความสำคัญอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว และว่ากันว่าในกลุ่มของคนที่กำลังลดน้ำหนัก หรือลดหุ่นอยู่กลัวการทานอาหารประเภทนี้มาก บอกเลยว่าคุณกำลังคิดผิด เพราะมันจะยิ่งส่งผลทำให้คุณนั้นอ้วนได้มากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ โดยในบทความนี้ทางเว็บ ซื้อหวยลาว4ตัว  จะพูดถึงอาการของคนที่ขาดคาร์โบไฮเดรตกันว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง เผื่อว่าคุณอาจจะไม่ทันสังเกต หรือทานคาร์โบไฮเดรตน้อยเกินไปต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งมีอาการแสดงดังนี้

  • อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า เมื่อขาดสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตจะทำให้ร่างกายรู้อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง ไม่อยากที่จะทำอะไร นั้นเป็นเพราะว่าสมองของพวกเรานั้นต้องการกลูโคสที่ได้มาจากคาร์โบไฮเดรต เพื่อทำให้การทำงานของระบบสมองมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
  • ไม่มีความคล่องแคล่ว คล่องตัว คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารหลักของพลังงานในร่างกาย ถ้าหากว่าสารอาหารประเภทนี้ไปก็จะส่งผลกระทบกับความคล่องตัว ทำอะไรไม่สะดวก เพราะคาร์โบไฮเดรตนั้นเป็นแหล่งอาหารชั้นดีอย่างโฮลเกรน ที่จะช่วยให้คุณทำอะไรคล่องตัวมากขึ้น และยิ่งถ้าคุณเป็นคนออกกำลังกายจะยิ่งทำให้การออกกำลังกายของคุณไม่ติดขัด
  • สมองไม่ปลอดโปร่ง สมองนั้นมีแหล่งอาหารสำคัญนั้นก็คือ คาร์โบไฮเดรต เพื่อที่สมองจะได้สารอาหารที่เพียง ควรทานคาร์โบไฮเดรตให้เพียงพอหรืออยู่ที่ประมาณ 80-130 กรัม เพราะมันจะส่งโดยตรงให้สมองคุณปลอดโปร่ง สดใส และมีความคิดที่ดี
  • ความจำ อย่างที่ได้กล่าวไปในหลายๆ ข้อ คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารสำคัญต่อสมองโดยตรง ทั้งนี้ยังรวมไปถึงเรื่องของความจดจำที่เราต้องใช้สมองในทำงาน เพราะกลูโคสที่ร่างกายต้องการคาร์โบไฮเดรตจะเข้าไปช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบสมอง ที่จะช่วยทำให้คุณมีความจำที่ดีได้อีกด้วย
  • รู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลา เคยได้บอกแต่ตั้งแรกแล้วว่า คาร์โบไฮเดรตได้อยู่ในสิ่งที่สำคัญที่สุในอาหาร 5 หมู่ จึงไม่จำเป็นที่จะตัดมันออกจากโภชนาการเลยเสียด้วยซ้ำ เพราะคาร์โบไฮเดรตจะทำให้คุณรู้สึกอิ่ม และอยู่ท้อง ถ้าหากคุณทานอาหารประเภทอื่นมากจนไม่ทานคาร์โบไฮเดรต จะทำให้คุณหิวกว่าเดิม แล้วถ้าคุณกำลังเป็นคนที่กำลังลดน้ำหนัก หรือรถหุ่นอยู่นั้น ต้องขอบอกเลยว่าห้ามขาด เพียงแค่ทานในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น

สิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่กับไข้หวัดธรรมดา

   สำหรับเราทุกคนการที่มีอาการปวดหัว เป็นไข้และไอหรือแม้แต่การที่เรามีน้ำมูก ความเข้าใจของเราก็คือการที่เราเป็นไข้หวัด แต่อย่างที่เรารู้กันว่าไข้หวัดตอนนี้มีทั้งไข้หวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่แถมไข้หวัดใหญ่ยังมีหลายสายพันธ์อีกด้วยแล้วเราจะรู้ข้อแตกต่างของไข้หวัดทั้งสองอย่างได้อย่างไรและจะรู้ได้อย่างไงว่าจะต้องรักษาอาการไข้แบบไหนจึงจะหายดี

วันนี้เราจึงหาข้อเปรียบเทียบระหว่างไข้หวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่มาให้ดูกันว่ามีความเหมือนและต่างกันอย่างไรและเราจะมีวิธีการรักษาอาการของโรคเหล่านี้ได้อย่างไร

1.สำหรับคนที่มีอาการเป็นไข้แล้วมีน้ำมูกนั้น

 ถ้าเป็นเพียงแค่ไข้หวัดธรรมดาจะมีน้ำมูกใสๆ หรือบางทีเราอาจจะไม่มีน้ำมูกเลยก็ได้ แต่ถ้าหากเราเป็นไข้หวัดใหญ่ละก็ เราจะมีอาการของน้ำมูกเยอะ มีน้ำมูกเหนียวและข้นมากทำให้หายใจไม่ค่อยสะดวก

2.สำหรับอาการของคนเป็นไข้ที่มีอาการเจ็บคอ  

ถ้าเป็นแค่เพียงไข้หวัดธรรมดา มักจะมีอาการเจ็บคอแค่นิดหน่อยโดยจะเป็นแค่เพียงช่วงเวลาสั้นๆในช่วงแรกเท่านั้นก็จะหายไป แต่หากเราเป็นไข้หวัดใหญ่ เราจะไม่มีอาการเจ็บคอเลย

3.สำหรับอาการแทรกซ้อนของคนที่เป็นไข้หวัด

ถ้าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา เรามักจะพบว่าจะมีอาการของการเกิดโรคหูอักเสบไปจนถึงโรคไซนัสได้ แต่หากเราเป็นไข้หวัดใหญ่แล้วละก็เราจะมีอากรแทรกซ้อนของโรคหลอดลมอักเสบหรือบางคนเป็นโรคปอดบวมซึ่งความอันตรายของโรคจะร้ายแรงแตกต่างกันอย่างชัดเจน

4.สำหรับขั้นตอนการรักษาของโรคไข้หวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่นั้นจะมีการรักษาที่แตกต่างกันนั่นก็เพราะอาการของโรคทั้งสองชนิดถึงแม้จะมีอาการที่ใกล้เคียงกันจนบางครั้งเราก็ไม่สามารถแยกออกได้แต่อาการของคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการที่รุนแรงและเป็นนานกว่ามาก กว่าจะหายจากอาการไข้และยังมีปัญหาเรื่องของโรคแทรซ้อนที่อันตรายเข้ามาอีกดังนั้นการรักษาอาการของโรคไข้หวัดธรรมดา เรามักจะรักษาตามอาการ เช่นปวดหัวก็กินยาแก้ไขปวดหัว  ตัวร้อนก็กินยาลดไข้ หรือถ้าไอจามมีน้ำมูกก็กินยาที่รักษาอาการของโรคตามอาการที่เป็นและหากไม่มีอาการอะไรก็ไม่ต้องกินและไม่นานก็หายเองเพียงแค่ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ แต่ถ้าหากเป็นไข้หวัดใหญ่จะต้องมีการใช้ยาAmantadine หรือ Rimantadine    ซึ่งแพทย์จะเป็นคนสั่งยาให้เองโดยจะมีการรักษาด้วยยาดังกล่าวหลังจากตรวจพบอาการภายใน 1-2 วัน

 

สนับสนุนโดย  ผลเลือด non reactive แปลว่าอะไร

มาทำความรู้จักโรคเบาหวาน เพื่อป้องกัน

โรคเบาหวาน ถือว่าเป็นโรคที่ร้ายแรงและน่ากลัวเป็นอย่างมาก

โรคนี้นั้นได้เกิดจาดความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินออกมาไม่เพียงพอ ร่างกายจึงไม่สามารถที่จะนำน้ำตาลเอาไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดนั้นสูงมากขึ้น หากว่าทิ้งเอาไว้เป็นเวลานานในระยะยาวจะส่งผลให้เกิดการทำลายหลอดเลือด ที่จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานขั้นรุนแรงมากขึ้น ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานนี้พบบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ ทางองค์การอนามัยโลก(WHO) ได้มีการรายงานออกมาบอกว่า ในปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานทั่วโลกเป็นจำนวนมากกว่า 425 ล้านคน

และจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกถึง 642 ล้านคนในปีพ.ศ.2583 ก็เป็นได้ เพราะจากผลสำรวจสุขภาพของประชาชนคนไทยครั้งล่าสุดเมื่อปี2557 ได้พบว่าคนไทยเองประมาณ 4.8 ล้านคนนั้นได้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี จากสถิติเหล่านี้ได้พบว่า ประชากรในวัยผู้ใหญ่ 1 ใน 11 คนนั้นป่วยเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งผู้ป่วยโรคเบาหวานร้อยละ50 จะไม่รู้สึกตัวหรือรู้ตัวว่าตนเองนั้นเป็นโรคเบาหวาน และคุณก็จะเป็น 1 ในนั้นที่ไม่ทราบและไม่รู้ตัวว่าตนเองนั้นเป็นโรค เพราะฉะนั้นคุณควรเข้ามาตรวจกับทางโรงพยาบาล เพื่อทำการค้นหาโรคเบาหวานในร่างกาย เพราะหากว่าคุณเป็น จะได้ทำการวินิจฉันในการรักษาได้ทันเวลา ก่อนที่เชื้อนั้นจะลามรุ่นแรงมากขึ้นและยากต่อการรักษา ซึ่งบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานนี้อย่างมากคือ

  • ผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีภาวะอ้วน หากไม่ทราบให้ลองวัดค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI ถ้าค่าเฉลี่ยออกมามากกว่า 25 นั้นแปลว่าคุณอาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน
  • เป็นโรคความดันโลหิตสูงแต่เดิม
  • ระดับไขมันในเลือดมีความผิดปกติ
  • เคยมีประวัติของการเป็นโรคเบาหวานในขณะที่ตั้งครรภ์ หรือเคยมีประวัติการคลอดทารกที่มีน้ำหนักมากกว่า 2 4 กิโลกรัม
  • เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดแต่เดิม
  • สตรีที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่

โรคเบาหวานสามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายๆอย่าง เพราะร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานได้ ดังนี้ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคของหลอดเลือดส่วนปลาย ภาวะแทรกซ้อนทางตา ทางไต หรือในส่วนของเส้นประสาทส่วนปลาย หากให้กล่าวถึงภาวะแทรกซ้อนที่ถูกค้นพบบ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นก็คือ ภาวะแทรกซ้อนทางตา ซึ่งจะพบเป็นอย่างมากโดยเฉลี่ยแล้วจะพบ 1 คน 3 คนของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคุณและป้องกันได้ถ้าคุณได้รับการตรวจและวินิจฉัยอย่างละเอียดโดยทางการแพทย์ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณเอง

 

สนับสนุนโดย  ติดเชื้อ HIVหายได้ไหม

เลิกบุหรี่ให้ได้ผล…แบบลาขาด

ในช่วงปัจจุบันนี้อาจจะไม่มีผู้ใดไม่เคยรู้ถึงอันตรายของบุหรี่ที่มีต่อสุขภาพของทั้งยังผู้สูบเองและก็คนที่อยู่รอบข้าง แต่ปริมาณผู้สูบบุหรี่ในช่วงยาวนานหลายปีมานี้กลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย แม้ว่าจะมีการรณรงค์ส่งเสริมรวมทั้งมีมาตรการทางกฎหมายเพื่อการเลิกบุหรี่มากสักเพียงใดก็ตาม

จากการสำรวจพฤติกรรมการสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ของชาวไทยโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติครั้งล่าสุดเมื่อปี 2557พบว่า ในจํานวนประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปทั้งสิ้น 54.8 ล้านคน เป็นผู้ที่สูบบุหรี่มากถึง 11.4 ล้านคนหรือจำนวนร้อยละ 20.7 โดยสูบเป็นประจํา 10 ล้านคน แล้วก็สูบนานๆครั้ง 1.4 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากขึ้นจากปีก่อนหน้านี้ที่มีผู้สูบบุหรี่อยู่ปริมาณร้อยละ 19.9

มีการประเมินกันว่าผู้สูบบุหรี่พวกนี้จำนวนถึง 1 ใน 4 จะเสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดขึ้นจากการสูบบุหรี่ในอีก 10-20 ปีต่อไป เนื่องจากควันจากบุหรี่มีสารเคมีมากยิ่งกว่า 4,000 ประเภท โดยเป็นสารพิษมากยิ่งกว่า 250 ประเภท รวมทั้งเป็นสารก่อโรคมะเร็งมากยิ่งกว่า 50 ประเภท

ในแต่ละปีมีชาวไทยจำนวนมากถึง 42,000 – 52,000 คนเสียชีวิตด้วยโรคที่เป็นผลมาจากการสูบบุหรี่โดยเฉพาะโรคมะเร็งปอด โรคระบบหัวใจรวมทั้งหลอดเลือด รวมทั้งโรคถุงลมโป่งพอง ในขณะที่สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคลงได้อย่างมากแค่เพียงเลิกดูดบุหรี่เพียงแค่นั้น

บุหรี่…ติดง่าย แต่ว่าเลิกยาก

เพราะอะไรการเลิกบุหรี่จึงเป็นเรื่องยาก? ปัจจัยก็เพราะว่าบุหรี่นั้นไม่ได้ต่างอะไรกับสารเสพติด โดยการติดบุหรี่สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ด้านหลักๆด้วยกันคือ การติดทางด้านจิตใจซึ่งมักมีสาเหตุจากความคุ้นเคยแล้วก็ความเชื่อที่ว่าบุหรี่ช่วยทำให้เกิดความสบายผ่อนคลายความเคลียดได้ กับการติดทางร่างกายหมายถึงการติดนิโคตินที่เป็นสิ่งเสพติดในบุหรี่นั่นเอง

จากการศึกษาพบว่าเมื่อสูบบุหรี่ สารนิโคตินจะซึมซับไปสู่กระแสโลหิตแล้วก็ผ่านไปยังสมองอย่างรวดเร็วภายในช่วงเวลาเพียงแค่ 6 วินาทีเพียงแค่นั้น ผู้สูบจึงรู้สึกผ่อนคลาย ลดความกังวลใจลงได้ในทันทีทันใด แต่ว่าก็เป็นผลระยะสั้นแค่นั้น เนื่องจากเมื่อระดับนิโคตินน้อยลง อารมณ์ทางบวกนั้นก็หายไป ถ้าหากต้องการความสบายอีกก็จะต้องสูบอีกจนกระทั่งกลายเป็นการเสพติดในที่สุดเมื่อติดบุหรี่แล้ว การจะเลิกมักทำเป็นยาก เพราะเหตุว่าสิ่งที่ตามมาเป็นอาการถอนยาหรืออาการขาดนิโคติน ซึ่งจะเริ่มภายใน 4-6 ชั่วโมงหลังการหยุดบุหรี่

Ducati Monster 821 สิงค์แดงแห่ง อิตาลี่

เรามาดูกันที่โดยกันดีกว่า จุดเด่นของ Monster 821

ที่ต้องใช้คำว่าค่อนข้างเด่นกว่าในรถรุ่นอื่นนะครับก็คือเรื่องของระบบเฟรม ถามว่าเฟรมอะไร Monster 821 มีเฟรมเท่านี้จับที่หัวเครื่องทีเดียวจบเลยซึ่งต่างจากในรถค่ายอื่นหรือว่ายี่ห้ออื่นนะครับ เฟรมจะเป็นอันใหญ่ๆมาแล้วก็ร้อยไปถึงตำแหน่งนี้ซึ่งเฟรมมันจะใหญ่มากๆ แต่ถ้าเกิด Monster 821 หัวใจหลักในการยึดอะไหล่เข้าไปให้เป็นรถเป็นคันนั่นคือเครื่องยนต์นะครับ เครื่องยนต์จะอยู่ตรงกลางเฟรมจะร้อยเข้าหัวเครื่องซัพเฟรมจะร้อยเข้ากับหัวเครื่อง สวิงอาร์มก็จะร้อยเข้าหางเครื่องซึ่งเอาง่ายๆถ้าเราถอดเครื่องยนต์ออกเมื่อไหร่จากรถจะกลายเป็นอะไหล่ทันที

นั่นก็เป็นจุดนึงที่เป็นเสน่ของเจ้าตัวนี้นี่แหละ ok เราคงไม่มีอารมณ์มาถอดเครื่องเล่นบ่อยๆหรอก แต่สิ่งที่เฟรมตัวนี้ทำได้คือความเบา นึกภาพออกมั้ยครับรถที่เฟรมใหญ่ๆต่อให้เป็นอลูมิเนียมยังไงมันก็มีน้ำหนักที่หนัก ซึ่งตัวนี้น้ำหนักโดยรวมทำได้ดีอยู่ที่ 205kg เท่านั้น

ซึ่ง z800,z900 อยู่ที่ 210,220อยู่เลยนะครับ ซึ่งจะหนักกว่าเพราะว่ายังเป็นระบบที่ยังเป็นโครงใหญ่อยู่แต่ตัวนี้มีเฟรมอยู่เท่านี้ ซึ่งเลเอาร์การวางแบบนี้เหมือนในพานิกาเร่เลย แต่พานิกาเร่จะไม่ได้เป็นเฟรมพาร์ทที่เป็นเครื่องแอลทูวินเนี่ย เฟรมจะเป็นอลูมิเนียมหล่อขึ้นมาลูกเท่านี้เหมือนกัน แล้วจับกับตำแหน่งเครื่องยนต์แบบนี้เหมือนกันซึ่งมันเป็นจุดเด่นเลยแหละ ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของตัวนี้เลยนะครับคือมีอยู่แค่นี้เล็กมาก ต่อมานอกจากเครื่องยนต์เฟรมอ็อฟชั่นหนึ่งที่ถือว่าเด่นมากใน Monster 821 แล้วไม่มีในตัวเล็กอย่าง 795,796,797 หรือคลาสรถญี่ปุ่นที่ปีไล่เลี่ยกัน

นั่นคือแทคชั่นคอนโทรลตัวนี้มันคล้ายในยุคของตัวสตรีทไฟเตอร์ละกัน แต่ในตัวนี้เด่นกว่าเพราะว่ามีทั้งระบบ ABS แล้วก็มีทั้งระบบแทรคชั่นคอนโทรลซึ่งค่อนข้างเด่นเมื่อเทียบกับรถที่อยู่ในเซ็กเม้นเดียวกันนะครับรถราคาที่ใกล้เคียงกัน และนอกจากตัวอ็อฟชั่นที่เด่นแล้วมาดูเรื่องของติดรถ ไม่ว่าจะเป็นเบรคหรือเป็นโช๊ค โช๊คหน้าอัพไซต์ดาวนะครับ 795,796,797 ก็จะเป็นอัพไซต์ดาวเหมือนกันอาจจะไม่ได้แปลกอะไร ส่วนเบรคหน้าและเบรคหลังเป็นแบมโบ้ก็อิตาลี่เหมือนกับสัญชาติรถละกัน

ซึ่งถ้าเป็นรถญี่ปุ่นมันอาจจะเป็นนิชชินเป็นโทคิโก๊ะหรือตัวแพงๆหน่อย รถที่มีราคาสูงขึ้นมาหน่อยที่เป็นรถญี่ปุ่นอาจจะเป็นแบบโบ้บ้างในบางรุ่นแต่จะเป็นโทคิโก๊ะหรือนิชชินนั่นแหละที่เราเห็นกันประจำนะครับ แต่ Ducati ใส่ของแบมโบ้เป็นมาตรฐานมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนะครับทั้งเบรคหน้าและเบรคหลังเลย อันนี้คืออ็อฟชั่นโดยประมาณและโดยรวมนะครับซึ่งพูดได้ว่าเมื่อเทียบกับตัวใหม่ อย่างที่ผมบอกนะครับว่าพื้นฐานยังมีความใกล้เคียงกันมีโมชั่นคอนโทรลมีสลิปเปอร์ครัช ABS เหมือนกันแต่ตัวใหม่จะมีดีไซต์ที่ต่างกันออกไป

การเซอร์วิตถึงยังสามารถเปิดได้เหมือนรถยุคเก่า จอสีควิคชิปเปอร์อันนี้คือโจทของรถใหม่ แต่ในตัวโฉมเก่าก่อนไมเนอร์เช้นเมื่อเทียบกับตัวไมเนอร์เช้นแล้วมีอ๊อฟชั่นที่ใกล้เคียงกันก็แล้วกันต่างกันนิดนึง แต่ด้วยราคาที่เป็นมือสองในปัจจุบันมันดรอปลงมาเยอะ ปัจจุบันตอนที่ผมเขียนบทความอยู่นี้ตัวนี้มือสองอยู่ที่ 3แสนบวกลบหลักพันถึงหลักหมื่น แต่ไอ้พวก 2-3หมื่นกิโลไม่ถึง3แสนก็มี ซึ่งราคาป้ายแดงตัวนี้อยู่ที่ 479000 นะครับ ก็ใกล้เคียงกับรุ่นไมเนอร์เช้นโฉมปัจจุบันแหละ

 

สนับสนุนโดย  บิ๊กไบค์มือสอง

เครื่องช่วยฟัง

ปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน

อาชีพที่เสี่ยงที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินของเสียงลดลง

ซึ่งเป็นที่มาของการใช้เครื่องช่วยฟังในอนาคต

ปัญหาการเกี่ยวกับการได้ยิน นอกจากจะสามารถเกิดกับคนสูงอายุที่อวัยวะเสื่อมสภาพตามกาลเวลาแล้ว ยังมีอีกหลายสาเหตุที่จะทำให้เราพบกับปัญหาการได้ยินเสียงลดลงได้เช่นกัน ทั้งจากการเกิดอุบัติเหตุที่มีผลไปกระแทกกับสมองแล้วส่งผลกระทบมายังหู หรือแม้แต่อุบัติเหตุที่เกิดจากหูโดยตรง

ทั้งการนำสิ่งของแหย่หู การทะเลาะวิวาทกันแล้วโดนตบที่ใบหูสิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อการได้ยินเสียงลดลงทั้งสิ้น นอกจากนี้การประกอบอาชีพ หรือการทำงานบางสายอาชีพก็มีผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของระบบภายในหูของเราเสื่อมลงได้เร็วขึ้นได้เช่นกัน เราลองมาดูกันว่ามีงานอะไรบ้างที่จะทำให้เราหูตึงได้เร็วขึ้นบ้าง

กลุ่มคนที่ทำงานประเภท Call Center 

กลุ่มคนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่ต้องทำงานด้วยการใช้หูฟังอยู่ตลอดเวลา โดยในหนึ่งวันจะมีการทำงานรับสายและโทรออกรวมกันแล้วอยู่ที่ 8 ชั่วโมงต่อวัน แต่หากวันไหนที่บริษัทเปิดให้ทำโอทีอาจะมีการเพิ่มจาก 8 ชั่วโมงเป็น 9 หรือ 10 ชั่วโมงก็ได้ซึ่งจะเห็นว่าหูของพนักงาน call center แทบไม่ได้พักในการรับฟังเสียงเลย และส่วนใหญ่การใช้โทรศัพท์สำหรับรับสาย ระบบ call center จะใช้เป็นเครื่องครอบหูหรือที่เสียบติดแนบกับหูเพื่อให้ได้ยินเสียงของปลายทางได้ชัดขึ้น

ดังนั้นยิ่งเป็นการเพิ่มการทำงานให้กับระบบภายในหูของเรา ลองคิดดูสิว่า ใน7 วันต้องทำงานอย่างน้อย 5 วันและต้องมีการฟังเสียงตลอดเวลาทั้ง 5 วันหูจะทำงานหนักมาแค่ไหน จึงเป็นที่มาของการเสื่อมสภาพของอวัยวะหูภายในได้เร็วขึ้น

กลุ่มคนที่ทำงานในที่ที่เสียงดังมากๆ

อย่างเช่นพวกโรงงานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์หรือแม้แต่อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการทำพวกเตาหลอมต่างๆ เพื่อนี้จะมีการใช้งานเครื่องจักรกลขนาดใหญ่และมีเสียงดังมากๆเวลาเป็นทำงานของเครื่องยนต์ซึ่งคนที่ทำงานในที่แบบนี้จะพบว่าจะมีปัญหาหูอื้อ หรือหูได้ยินเสียงไม่ค่อยชัดกันมากเพราะการที่ต้องทำงานให้พื้นที่ที่เสียงดังมากๆ ดึงวันละ 8 ชั่วโมงระบบการทำงานของประสาทหูจะเสื่อมเร็วกว่าคนปกติ

 

กลุ่มคนที่ทำงานกลางคืนในผับหรือร้านอาหารที่มีการเปิดเพลงเสียงดังๆ

คนกลุ่มนี้ก็อยู่ในกลุ่มเสียงทำให้ระบบประสาทหูเสื่อมเร็วเหมือนกันเพราะคนกลุ่มนี้จะต้องทำงานอยู่ร้านอาหารเป็นเวลานานๆ บางครั้งต้องไปยืมเสิร์ฟหรือต้องเดินผ่านลำโพงขยายเสียงซึ่งจะทำให้หูได้รับเสียงดังมากๆ ผลของมันก็คือหูอื้อและทำให้การได้ยินเสียงไม่ค่อยชัดเช่นเดียวกับงานสายอื่นๆเหมือนกัน

โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ระวังไว้ดีกว่าแก้ไขทีหลัง


อาการเมื่อติดโรคจากสัตว์
อาการส่วนมากฃเมื่อมีลักษณะติดเชื้อต่างๆ จากสัตว์ จะมีลักษณะดังต่อไปนี้

– เป็นไข้
– ปวดกล้าม ปวดข้อ
– ปอดอักเสบ
– ไต/ตับ อักเสบ
ฯลฯ

อันตรายจากโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน
แต่ละโรคอาจมีลักษณะโรคแตกต่างกัน แต่ว่าอันตรายที่เกิดขึ้นอยู่กับคนที่ติดโรคจากสัตว์ หรือติดจากผู้เจ็บป่วยที่ติดเชื้อโรคจากสัตว์อีกต่อหนึ่ง เป็น ความร้ายแรงของโรคที่เกิดขึ้น ซึ่งบางทีอาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้ออื่นๆ ทั้งนี้ควรดูแลรักษาอย่างทันเวลา ก่อนจะลุกลามไปติดโรคในอวัยวะส่วนอื่นๆ จนกระทั่งให้การรักษาไม่ทัน

การวิเคราะห์โรคจากสัตว์สู่คน
เมื่อกรุ๊ปของโรคที่มีต้นเหตุมากจากสัตว์สู่คนมีความกว้าง จึงแบ่งออกได้เป็นหลายกรุ๊ปตามเชื้อโรค หรือเชื้อแบคทีเรียที่กระตุ้นให้เกิดอาการ ด้วยเหตุผลดังกล่าวการวิเคราะห์โรคก็เลยต้องมีการซักเรื่องราวเพื่อให้ได้ช่วงการสัมผัสกับสัตว์ที่แน่ๆ ว่าที่ผ่านมาใกล้กับสัตว์ตัวไหน สัมผัส หรือโดนสัตว์ประเภทใดกัดมาบ้างไหม รวมทั้งไปสัมผัส หรือสนิทสนมกับผู้ที่มีลักษณะอาการซึ่งรู้สึกเจ็บป่วยหรือเปล่า เพื่อปฏิบัติงานตรวจเลือด หรือสารคัดหลั่งเพื่อหาที่มาของโรคได้ถัดไป

ปัจจุบันนี้ โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน อยู่ในการควบคุมของภาครัฐอย่างใกล้ชิด และก็ยังไม่มีรายงานการติดต่อของโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนอย่างหนักประเภทที่คุมสถานการณ์มิได้มาก่อน แม้มีเรื่องที่น่าสงสัย หรือต้องการติดต่อมาและสอบถามเกี่ยวกับการระบาดของโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน สามารถติดต่อได้โดยตรงที่ศูนย์วิทยาศาสตร์โรคเกิดใหม่ แผนกแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ตัวอย่างกลุ่มโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน
• พิษสุนัขบ้า (สุนัข แมว โค กระบือ ม้า และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด)
• นิวคาสเซิล (ไก่งวง เป็ด ห่าน นกแก้ว นกพิราบและนกกาน้ำ)
• สมองอักเสบญี่ปุน (ม้า ลา สุกร โค แกะ แพะ สุนัข แมว สัตว์ป่า สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และนก)
• ติดเชื้อไวรัสเฮนดรา (ม้า ค้างคาว แมว หนูตะเภา สุนัข กระต่าย ไก่)
• ติดเชื้อไวรัสฮันตา (สัตว์ฟันแทะที่อาศัยในป่า)
• ไข้หวัดใหญ่ (นก สุกร ม้า เฟอร์เร็ต และแมว)
• สเตรปโทคอกโคสิส (ม้า หนูตะเภา สุกร สุนัข แมว ปลา ลิง วัว แกะ แพะ เฟอร์เรต และสัตว์ปีก)
• ไข้คิว (แกะ แพะ วัว สุนัข แมว กระต่าย ม้า สุกร อูฐ กระบือ สัตว์ฟันแทะ และนกบางชนิด)
• กาฬโรค (กระรอก กระจง หนู แมว กระต่าย สัตว์ป่าที่กินเนื้อ แพะ แกะ และอูฐ)
• ลายม์ (เห็บ สุนัข ม้า วัว กวางหางขาว หนูไมซ์ สัตว์จำพวกกระรอกเทา และแรคคูน)
• เลปโทสไปรา (วัว แกะ แพะ หมู สุกร สุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยในทะเล)
• ติดเชื้ออีโคไล (วัว แกะ สุกร กวาง สุนัข และสัตว์ปีก)
• วัวบ้า (วัว แกะ แพะ สุกร มิ้งค์ หนู ลิงมาโมเซท และลิงบางชนิด)

อธิบายเรื่องเกี่ยวกับเสียงในหูที่เป็นต้นเหตุให้เราเกิดปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน

ทินไนตัส (Tinnitus) เป็นชื่อที่ทางการแพทย์เรียก ซึ่งอาการนี้จะมีลักษณะของการได้ยินเสียง

เป็นการเกิดจากภายในหูของเรา ซึ่งเสียงเหล่านี้จะค่อนข้างที่จะมีลักษณะคล้ายกับเสียงจกจั่นร้องบางคนก็อาจจะได้ยินเสียงนี้จากในศรีษะของตน ซึ่งมันบ่งบอกถึงตำแหน่งที่แน่ชัดไม่ได้ แต่อาการเหล่านี้มักเหมือนกับว่ามีเสียงที่เกิดขึ้นอยู่ภายในส่วนของหูของเรานั่นเอง

หลักการของการได้ยินเสียงนั้น นั่นก็คือการเกิดเสียงที่ดังกระทบกับระบบการได้ยินของเรา ซึ่งเสียงเหล่านี้จะเป็นรูปแบบการเกิดคลื่นเสียง ที่จะสามารถทำการเคลื่อนที่ย้ายจากการได้ยินของหูชั้นนอกของเราเคลื่อนตัวเข้าไปเรื่อยๆจนถึงระดับการได้ยินของหูชั้นในสุด ซึ่งหลังจากนั้นแล้วระบบการได้ยินเสียงต่างๆที่เคลื่อนย้ายมานั้นจะทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานจากคลื่นที่เป็นรูปแบบของเสียง เป็นคลื่นที่เป็นรูปแบบของไฟฟ้า จากนั้นจึงเป็นการส่งต่อด้วยการกระจายเสียงนี้ไปตามระบบของประสาท ซึ่งจะมีต่อมการรับเสียงของเราอยาภายในร่างกายนั้นๆจนถึงระบบที่เรียกว่าสูงสุดของกลไกลสมองของเรา ซึ่งนั้นเป็นต้น

เหตุที่ทำให้เกิดการตอบสนองของระบบเสียงต่างๆที่เราสามารถได้ยินเสียงเหล่านี้ 

การได้ยินและระบบการทำงานต่างๆนั้นเป็นการสั่งงานให้ ร่างกายของเราทำปฏิกิริยาตอบสนองในรูปแบบของการปฏิบัติทางร่างกายและอวัยวะต่างๆของเรา 

การได้ยินเสียงต่างๆนั้น ร่างกายหรือกลไกลของสมองของเราจะทำงานและจะมีความจำหรือมีการเก็บสะสมการตอบสนองในด้านต่างๆไว้ อย่างเช่นการตื่นและการหลับหรือการใช้ชีวิตประจำซ้ำๆหรือแปลกๆใหม่ๆ จะมีการถูกเก็บสะสมกับกลไกลของสมองของเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่าตั้งแต่เด็กจนปัจจุบันก็ยังคงเก็บสะสมอยู่แบบนั้นเพิ่มเติมตลอดไม่มีที่สิ้นสุด

กลไกลของเสียงหากไม่มีการจดจำจากสมองหรือเรียกว่าเหตุการณ์ที่สมองมักจะจำไว้นั้น ก็จะเป็นการถูกเก็บไว้ในเชิงรูปแบบที่เรียกว่าจิตใต้สำนึกซึ่งไม่ก่อให้เกิดอารมณ์หรือลักษณะใดๆออกมา 

กล่าวคือเสียงต่างๆมันมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรา โดยเรามักจะมองตามเสียงที่ดังขึ้นโดยอัตโนมัติ อย่างเช่นหากมีอะไรตก สมองจะสั่งการให้เราหันไปมองโดยไม่รู้ตัว หรือมีการเรียกชื่อของเราเราก็มักจะหันตามเสียง เพราะสมองมันจะสั่งการให้เราต้องทำตามเช่นนั้น และหากมีเสียงที่ดังร่างกายหรืออวัยวะก็จะทำงานผิดปกติไปด้วย ซึ่งอาจจะสั่งเกตุได้จากการดูหนังในโรงภาพยนต์ ที่มีเสียงดังและมีเหตุการณ์ต่างๆ ซ฿งเสียงที่เราได้ยินเหล่านั้น จะทำให้กลไกลของสมองเราสั่งการตามเหตุการณ์ที่เราได้ยินเหล่านั้นด้วย

หากเราต้องอยู่หรือต้องเผชิญกับภาวะเสี่ยงเกี่ยวกับการได้ยินเสียงที่ดังมากนัก เราควรต้องหาทางเพื่อแก้ไข ไม่งั้นจะต้องเกิดปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน หรืออาจจะส่งผลให้ต้องพึ่งพา เครื่องช่วยฟัง เพื่อเป็นการทำให้ตนใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้ดี

ดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง

น้ำเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของเรา หากขาดน้ำเกิน 3 วัน เราสามารถเสียชีวิตได้ ในขณะที่เราสามารถขาดอาหารได้ถึง 7 วัน ถึงจะเสียชีวิต คิดดูว่าน้ำสำคัญกับร่างกายเราขนาดไหน
3 สัญญาณของคนดื่มน้ำน้อย

หากไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นคนดื่มน้ำน้อยหรือไม่ ให้สังเกตได้จาก
1. ปัสสาวะไม่ถึง 4-7 ครั้งต่อวัน
2. ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มแทบทุกครั้ง
3. ปัสสาวะมีกลิ่นฉุนจัด

เพียงแค่ดื่มน้ำน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย พฤติกรรมนี้ก็สามารถส่งผลเสียถึงร่างกายได้มากมายขนาดนี้ ซึ่งยังไม่รวมไปถึงผลเสียด้านผิวพรรณที่หย่อนคล้อย หมองคล้ำ ผิวแห้ง ตาแห้ง และดูแก่กว่าวัยอีก ซึ่งนอกจากสาวๆ ได้ยินแล้วแทบจะกรี๊ด คุณผู้ชายก็น่าจะรู้สึกเสียวไส้พอกัน

ณ ตอนนี้ใครที่กำลังประสบปัญหาดื่มน้ำไม่พอ ดื่มน้ำน้อย และมีอาการเกิดขึ้นดังกล่าว ควรรีบปรับปรุงด่วยโดยควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้นให้ได้ราวๆ 1,500-2,000 มิลลิลิตรต่อวัน หรือ 6-8 แก้วต่อวัน หรือถ้ากลัวลืมก็เอาขวดลิตรมาตั้งไว้บนโต๊ะ 1 ขวด แล้วเตือนตัวเองว่าต้องดื่มให้หมด ทำงานจิบไป เข้าห้องประชุมก็ถือแก้วน้ำเข้าไปด้วย รับรองว่าหากทำได้ร่างกายของคุณจะไม่ขาดน้ำอีกต่อไป