หมวดหมู่: สุขภาพเกี่ยวกับหู

เครื่องช่วยฟัง

ปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน

อาชีพที่เสี่ยงที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินของเสียงลดลง

ซึ่งเป็นที่มาของการใช้เครื่องช่วยฟังในอนาคต

ปัญหาการเกี่ยวกับการได้ยิน นอกจากจะสามารถเกิดกับคนสูงอายุที่อวัยวะเสื่อมสภาพตามกาลเวลาแล้ว ยังมีอีกหลายสาเหตุที่จะทำให้เราพบกับปัญหาการได้ยินเสียงลดลงได้เช่นกัน ทั้งจากการเกิดอุบัติเหตุที่มีผลไปกระแทกกับสมองแล้วส่งผลกระทบมายังหู หรือแม้แต่อุบัติเหตุที่เกิดจากหูโดยตรง

ทั้งการนำสิ่งของแหย่หู การทะเลาะวิวาทกันแล้วโดนตบที่ใบหูสิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อการได้ยินเสียงลดลงทั้งสิ้น นอกจากนี้การประกอบอาชีพ หรือการทำงานบางสายอาชีพก็มีผลทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของระบบภายในหูของเราเสื่อมลงได้เร็วขึ้นได้เช่นกัน เราลองมาดูกันว่ามีงานอะไรบ้างที่จะทำให้เราหูตึงได้เร็วขึ้นบ้าง

กลุ่มคนที่ทำงานประเภท Call Center 

กลุ่มคนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่ต้องทำงานด้วยการใช้หูฟังอยู่ตลอดเวลา โดยในหนึ่งวันจะมีการทำงานรับสายและโทรออกรวมกันแล้วอยู่ที่ 8 ชั่วโมงต่อวัน แต่หากวันไหนที่บริษัทเปิดให้ทำโอทีอาจะมีการเพิ่มจาก 8 ชั่วโมงเป็น 9 หรือ 10 ชั่วโมงก็ได้ซึ่งจะเห็นว่าหูของพนักงาน call center แทบไม่ได้พักในการรับฟังเสียงเลย และส่วนใหญ่การใช้โทรศัพท์สำหรับรับสาย ระบบ call center จะใช้เป็นเครื่องครอบหูหรือที่เสียบติดแนบกับหูเพื่อให้ได้ยินเสียงของปลายทางได้ชัดขึ้น

ดังนั้นยิ่งเป็นการเพิ่มการทำงานให้กับระบบภายในหูของเรา ลองคิดดูสิว่า ใน7 วันต้องทำงานอย่างน้อย 5 วันและต้องมีการฟังเสียงตลอดเวลาทั้ง 5 วันหูจะทำงานหนักมาแค่ไหน จึงเป็นที่มาของการเสื่อมสภาพของอวัยวะหูภายในได้เร็วขึ้น

กลุ่มคนที่ทำงานในที่ที่เสียงดังมากๆ

อย่างเช่นพวกโรงงานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์หรือแม้แต่อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการทำพวกเตาหลอมต่างๆ เพื่อนี้จะมีการใช้งานเครื่องจักรกลขนาดใหญ่และมีเสียงดังมากๆเวลาเป็นทำงานของเครื่องยนต์ซึ่งคนที่ทำงานในที่แบบนี้จะพบว่าจะมีปัญหาหูอื้อ หรือหูได้ยินเสียงไม่ค่อยชัดกันมากเพราะการที่ต้องทำงานให้พื้นที่ที่เสียงดังมากๆ ดึงวันละ 8 ชั่วโมงระบบการทำงานของประสาทหูจะเสื่อมเร็วกว่าคนปกติ

 

กลุ่มคนที่ทำงานกลางคืนในผับหรือร้านอาหารที่มีการเปิดเพลงเสียงดังๆ

คนกลุ่มนี้ก็อยู่ในกลุ่มเสียงทำให้ระบบประสาทหูเสื่อมเร็วเหมือนกันเพราะคนกลุ่มนี้จะต้องทำงานอยู่ร้านอาหารเป็นเวลานานๆ บางครั้งต้องไปยืมเสิร์ฟหรือต้องเดินผ่านลำโพงขยายเสียงซึ่งจะทำให้หูได้รับเสียงดังมากๆ ผลของมันก็คือหูอื้อและทำให้การได้ยินเสียงไม่ค่อยชัดเช่นเดียวกับงานสายอื่นๆเหมือนกัน

อธิบายเรื่องเกี่ยวกับเสียงในหูที่เป็นต้นเหตุให้เราเกิดปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน

ทินไนตัส (Tinnitus) เป็นชื่อที่ทางการแพทย์เรียก ซึ่งอาการนี้จะมีลักษณะของการได้ยินเสียง

เป็นการเกิดจากภายในหูของเรา ซึ่งเสียงเหล่านี้จะค่อนข้างที่จะมีลักษณะคล้ายกับเสียงจกจั่นร้องบางคนก็อาจจะได้ยินเสียงนี้จากในศรีษะของตน ซึ่งมันบ่งบอกถึงตำแหน่งที่แน่ชัดไม่ได้ แต่อาการเหล่านี้มักเหมือนกับว่ามีเสียงที่เกิดขึ้นอยู่ภายในส่วนของหูของเรานั่นเอง

หลักการของการได้ยินเสียงนั้น นั่นก็คือการเกิดเสียงที่ดังกระทบกับระบบการได้ยินของเรา ซึ่งเสียงเหล่านี้จะเป็นรูปแบบการเกิดคลื่นเสียง ที่จะสามารถทำการเคลื่อนที่ย้ายจากการได้ยินของหูชั้นนอกของเราเคลื่อนตัวเข้าไปเรื่อยๆจนถึงระดับการได้ยินของหูชั้นในสุด ซึ่งหลังจากนั้นแล้วระบบการได้ยินเสียงต่างๆที่เคลื่อนย้ายมานั้นจะทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานจากคลื่นที่เป็นรูปแบบของเสียง เป็นคลื่นที่เป็นรูปแบบของไฟฟ้า จากนั้นจึงเป็นการส่งต่อด้วยการกระจายเสียงนี้ไปตามระบบของประสาท ซึ่งจะมีต่อมการรับเสียงของเราอยาภายในร่างกายนั้นๆจนถึงระบบที่เรียกว่าสูงสุดของกลไกลสมองของเรา ซึ่งนั้นเป็นต้น

เหตุที่ทำให้เกิดการตอบสนองของระบบเสียงต่างๆที่เราสามารถได้ยินเสียงเหล่านี้ 

การได้ยินและระบบการทำงานต่างๆนั้นเป็นการสั่งงานให้ ร่างกายของเราทำปฏิกิริยาตอบสนองในรูปแบบของการปฏิบัติทางร่างกายและอวัยวะต่างๆของเรา 

การได้ยินเสียงต่างๆนั้น ร่างกายหรือกลไกลของสมองของเราจะทำงานและจะมีความจำหรือมีการเก็บสะสมการตอบสนองในด้านต่างๆไว้ อย่างเช่นการตื่นและการหลับหรือการใช้ชีวิตประจำซ้ำๆหรือแปลกๆใหม่ๆ จะมีการถูกเก็บสะสมกับกลไกลของสมองของเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรียกว่าตั้งแต่เด็กจนปัจจุบันก็ยังคงเก็บสะสมอยู่แบบนั้นเพิ่มเติมตลอดไม่มีที่สิ้นสุด

กลไกลของเสียงหากไม่มีการจดจำจากสมองหรือเรียกว่าเหตุการณ์ที่สมองมักจะจำไว้นั้น ก็จะเป็นการถูกเก็บไว้ในเชิงรูปแบบที่เรียกว่าจิตใต้สำนึกซึ่งไม่ก่อให้เกิดอารมณ์หรือลักษณะใดๆออกมา 

กล่าวคือเสียงต่างๆมันมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรา โดยเรามักจะมองตามเสียงที่ดังขึ้นโดยอัตโนมัติ อย่างเช่นหากมีอะไรตก สมองจะสั่งการให้เราหันไปมองโดยไม่รู้ตัว หรือมีการเรียกชื่อของเราเราก็มักจะหันตามเสียง เพราะสมองมันจะสั่งการให้เราต้องทำตามเช่นนั้น และหากมีเสียงที่ดังร่างกายหรืออวัยวะก็จะทำงานผิดปกติไปด้วย ซึ่งอาจจะสั่งเกตุได้จากการดูหนังในโรงภาพยนต์ ที่มีเสียงดังและมีเหตุการณ์ต่างๆ ซ฿งเสียงที่เราได้ยินเหล่านั้น จะทำให้กลไกลของสมองเราสั่งการตามเหตุการณ์ที่เราได้ยินเหล่านั้นด้วย

หากเราต้องอยู่หรือต้องเผชิญกับภาวะเสี่ยงเกี่ยวกับการได้ยินเสียงที่ดังมากนัก เราควรต้องหาทางเพื่อแก้ไข ไม่งั้นจะต้องเกิดปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน หรืออาจจะส่งผลให้ต้องพึ่งพา เครื่องช่วยฟัง เพื่อเป็นการทำให้ตนใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้ดี